โช้ค kw 

โช้ค kw  สแตนเลสซึ่งทำให้มั้นจิตใจได้ว่าจะไม่กำเนิดสนิมที่ตัวโช๊คอัพแน่นอน โดยราคา โช๊คอัพ KW Susupension เริ่มต้นที่ 35,000.- นับว่าโช๊คอัพ KW Suspension ราคานี้คุ้มค่ากับการใช้แรงงานเลยทีเดียว

โช้ค kw  ราคา MONOTUBE SERIES โช๊คอัพโมโนทูป ซีปรี่ย์ ระบบกระบอกโดดเดี่ยว ช่วยระบายความร้อนในโช๊คได้ดีเยี่ยม เพื่อประสิทธิภาพช่วงล่างสูงสุด !!ระบบครึ่งก๊าซไนโตรเจน

เพื่อลดการเกิดฟองอากาศในโช๊คอัพ ขนาดแกน 20 มิล ขนาดกระบอก 52 ไม่ล ลูกสูบภายใน 46 ไม่ลเหมาะกับการใช้งานทุกชนิด โช้ค kw โช๊ค kw v3 st suspension ราคา มั่นใจ จบทุกปัญหาตอนล่างสินค้าโมโนทูปซีปรี่ย์มีให้เลือก 3 รุ่นดังภาพข้างบน
โช๊คอัพดูดซึมแทงค์ ระบบโมโนทูป ปรับความหนืดได้ 8 ระดั

บ ปรับหมุนเกลียว สูง-ต่ำ ได้ระยะ 2 นิ้วคู่หน้า 12,330 คู่ข้างหลัง 10,330
โช๊คอัพดูดซึมแทงค์ ระบบโมโนทูป ปรับหมุนเกลียว สูง-ต่ำ ได้ระยะ 2 นิ้วคู่หน้า 9,330 คู่หลัง 8,330
โช๊คอัพโมโนทูป ปรับหมุนเกลียว สูง-ต่ำ ได้ระยะ 2 นิ้วคู่หน้า 7,2

00 คู่หลัง 5,800เงื่อนไขการสั่งซื้อ :ผลิตภัณฑ์สำหรับสั่งผลิต พร้อมปรับเซทโช๊คอัพก่อนส่งทุกคู่ ราคานี้สำหรับรถ โหลดต่ำ รถยนต์ความสูงปกติ หรือ รถยนต์ยกไม่เกิน 2 นิ้วรับประกันสินค้า 1 ปี ไ

ม่จำกัดระยะทางระบบตอนล่างรถยนต์บริการ ซ่อมแซม ตรวจเช็ค ระบบตอนล่างรถยนต์ทุกประเภท โดยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 20 ปี
A : ลูกหมากกันโยกบริการ ซ่อม ตรวจเช็ค ระบบตอนล่างรถยนต์
B : ปีกนกปีกนก ล่าง / บน ประกอบด้วย ลูกหมากปีกนก บูชปีกน

ก เล็ก , ใหญ่
C : ลูกหมากแร็ค – ลูกหมากคันชัก(นอก)จัดจำหน่าย ซ่อม ตรวจเช็ค ระบบช่วงล่างรถยนต์เพราะอะไรเราถึงเสนอแนะ โช๊ค KW DDC ECU : สำหรับ รุ่น 204 และก็ 207 ทั้งๆที่เป็นโช๊คไฟ

ฟ้า และไม่ไฟฟ้าสุดยอดโช็คแห่งสหัสวรรษ ชุด KW DDC Ecu Professional CoilOver Suspension Made In Germany
> สามารถปรับความอ่อน – แข็ง , สูง – ต่ำ จิตใจตามอยากได้ คนไหนกันต้องการขับนุ่มๆสบายๆหรือ ขับแบบมันส์ๆก้อเพียงแค่กดปุ่ม ใครที่ถูกใจใส่ล้อโตๆเหมาะมากกับโช๊ครุ่นนี้
> สามารถปรับได้ถึง 3 ระดับตามสี

1. สีฟ้า – นุ่มสุด ความแข็งเป็น 0%
2. สีชมพู – ความแข็ง 63%
3. สีแดง – ความแข็ง 100% เหมาะสมกับเวลาอยากซิ่งแบบดิบๆสาดโค้งสนุกๆ
> สามารถปรับได้จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพียงโหลด Ap

 

plication: KW DDC ECU ง่ายสะดวกจากประสบการณ์รถยนต์ของสำนักเรา

ใช้ KW DDC ECU มา 7 ปีแล้ว พวกเราจึงสามารถการันตีได้เลยว่า ใช้ดี สนุกสนานแล้วก็เหมาะสมกับผู้โดยสารทุกวัย
KW Suspension โช๊คอัพสำหรับรถยนต์ยุโรปที่ได้รับคว

ามนิยมอย่างใหญ่โต
โช๊คอัพ KW Suspension ที่ไดรับความชื่นชอบสำหรับคนที่ใช้รถยุโรปสำหรับของแต่งเสนอแนะในวันนี้ทางทีมงาน BoxzaRacing จะพาเพื่อนพ้องๆไปพบกับของแต่งรถอีกหนึ่งชิ้นยอดนิยมอย่างใหญ่โตสำหรับผู้ที่ใช้รถยุโรป กับโช๊คอัพจาก KW Suspension ถ้าเพื่อนๆคนไหนกันแน่ที่ใช้รถยนต์ยุโรปรวมทั้งต้องการจะ

แปลงโช๊คอัพก็คงจะนึกถึงแบรนด์นี้อย่างแน่นอน ประเดี๋ยวเราไปดูกันเลยนะครับไม่ว่าจะขับใช้งานหรือลงแข่งโช๊คอัพ KW Suspension ก็สามารถรองรับได้ผู้คนจำนวนมากๆอาจจะอาจจะเคยรับรู้กันมาบ้างแล้วกับแบรนด์ KW Susprnsion กับผลิตภัณฑ์ยอดฮิตอย่างโช๊คอัพยอดนิยมจากผู้ที่ขับรถยุโรปไม่ว่าจ

ะเป็น BMW MINI BENZ ซึ่ง KW Susupension เป็นยี่ห้อดังจากประเทศ Germany เรื่องคุณภาพของโช๊คอัพนั้นไม่ต้องห่วงกันเลยเพราะทาง KW Suspension ได้รับความนิยมจากรถแต่ง รถแข่ง รถยนต์ซิ่ง ในยุโรปกันอย่างมากมายกันอย่างยิ่งจริงๆ รุ่นของโช๊

คอัพ KW Suspension ก็จะมี รุ่น Inox Variant1 , Inox Variant2 , Inox Variant3 ให้เลือกส่วนทางด้านอุปกรณ์ที่เอามาทำโช๊คอัพ จะเป็นสแตนเลสซึ่งทำให้มั้นจิตใจได้ว่าจะไม่กำ

เนิดสนิมที่ตัวโช๊คอัพแน่นอน โดยราคา โช๊คอัพ KW Susupension เริ่มต้นที่ 35,000.- นับว่าโช๊คอัพ KW Suspension ราคานี้คุ้มค่ากับการใช้แรงงานเลยทีเดียว
โช๊คอัพ KW Suspension ที่สามารถติดตั้งได้แบบตรงรุ่นเป็นอย่างไรกันบ้าง โช้ค kw โช๊ค kw v3 st suspension ราคา ครับผมกับของแต่งชี้แนะที่คณะทำงานได้เอามาให้เพื่อนๆได้ดู

กัน กับโช๊คอัพ KW Suspension ตัวนี้ถ้าเพื่อนฝูงๆท่านไหนที่กำลังมองหาโช๊คอัพดีๆใช้อยู่ ก็ถือว่าKW Suspension เป็นอีก1ตัวเลือกที่ดีอย่างยิ่งจริงๆ และก็เพื่อนๆสามารถติดตามของแต่งรถยนต์ดีๆอย่างงี้ถึงที่เหมาะ BoxzaRacing.com ทางทีมงานจะมีมาให้ชมกันตลอดเลยนะครับ

8 สิ่ง เกี่ยวกับรถยนต์ ที่ควรเช็คพื้นฐานเป็นประจำ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และประหยัดเงินในกระเป๋าสำหรับเพื่อนฝูงๆที่มีรถส่วนตัว คุณเคยเช็ครถตนเองเบื้องต้นกันบ้างหรือเปล่า ? แล้วจำ

ต้องตรวจเช็คอะไรบ้าง ? ในตอน เกร็ดความรู้ คณะทำงาน BoxzaRacing ได้เก็บรวบรวมสิ่งที่จำต้องตรวจเช็คพื้นฐานบ่อยๆ มาให้เพื่อนฝูงๆได้มองกัน ว่ามีอะไรบ้าง ?
1. น้ำมันเครื่องเริ่มจากน้ำมันหล่อลื่นของเครื่องยนต์กลไกกันก่อนเลย การดูปริมาณน้ำมันเครื่องก็ไม่ได้ยากอะไร แค่เพียงดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมา แล้วเช็คมองที่ก้านน้ำมันเครื่อง ว่า

ระดับของน้ำมันเครื่องเป็นยังไง โดยที่ก้านวัดน้ำมันเครื่องนี้จะมีแถบ 2 บน-ล่าง บางแบรนด์ก็จะเขียน F กับ L ซึ่งคราวนี้เพื่อนๆก็จำต้องมองกันเองแล้วว่ารถยนต์ตนเองเป็นแบบไหน โดยการตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง เราควรที่จะตรวจเช็คดูตอนเวลาเช้า หรือก่อนจะเอารถออกไปใช้ เนื่องจากว่าน้ำมันเครื่องจะไหลลงมาที่อ่างน้ำมันเครื่องดูเหมือนจะทั้งหมด โดยให้ระดับน้ำมันเครื่อง

อยู่ระหว่างกึ่งกลางของอีกทั้ง 2 แถบ

2. น้ำฉีดกระจก เหมือนจะไม่มีความสำคัญนะ แม้กระนั้นเราจำเป็นจะเติมให้เกือบจะๆเต็มไว้ตลอดเวลา เพราะเหตุว่าถ้าหากในตอนที่เราขับรถบนถนนหนทาง พวกเราไม่สามารถที่จะทราบได้ว่าเราจะพบกับเศษอะไรบ้าง บางครั้งอาจจะเจอเศษฝุ่น น้ำนองกระเด็นขึ้นมาโดนกระจก หรือจะโดนขี้นก ตกลงมาใส่ ก็เป็นได้ ถ้

าหากเราไม่มีน้ำฉีดกระจก ของพวกนี้ ก็จะบังทัศนะวิสัยสำหรับในการขับขี่ของเรา โดยเหตุนี้ น้ำฉีดกระจกควรมีให้ใช้งานตลอดระยะเวลา เพื่อให้มีความปลอดภัยในจุดนี้
3. ใบปัดน้ำฝน ต่อมาเป็นใบปัดน้ำฝน ผู้คนจำนวนไม่ใช้

น้อย คงจะงงมากแล้วพวกเราจะเช็คใบปัดน้ำฝนอย่างไรละ ก็ฝนไม่ตกหรือเรามิได้ขับผ่านน้ำ ไม่ยากๆเพียงแค่คุณกดปุ่มน้ำฉีดกระจกที่สวิทช์ควบคุมก้านปัดน้ำฝนในรถยนต์ น้ำฉีดกระจกก็จะฉีดเข้าที่เข้าทางกระจกหน้ารถของคุณ แล้วใบปัดน้ำฝนก็จะดำเนินงาน คราวนี้เราลองดูว่า ใบปัดน้ำฝน รีดน้ำที่กระจกได้เต็มประสิทธิ

ภาพไหม ขุ่นหมองหรือไม่ ก้านใบปัดน้ำฝนกดเต็มผิวหน้าหรือไม่ ถ้าไม่ก็จัดการเปลี่ยนแปลงซะ เพราะว่าถ้าวันนั้นฝนตกหรือพวกเราพบน้ำสาดเข้ามา ใบปัดน้ำฝนก็จะปฏิบัติงานได้ไม่เต็มสม

 

รรถนะ อีกอย่างเราสามารถเช็คได้ว่ามอเตอร์ของปั้มน้ำฉีดกระจกเสียไหม ถ้าหากเสียน้ำฉีดกระจกจะไม่สามารถฉีดกระจกได้นั้นเอง ให้รีบเปลี่ยนแปลงซะ
4.แบตเตอรี่การเช็คแบตเตอรี่ อันดับแรงดูที่ตาแมวของแบตเตอรี่ก่อนเลย ทดลองเช็คมองว่าตาแมวอยู่ที่สีอะไร ไฟในแบตเตอรี่เต็มหรือเปล่า (จะมีข้อมูลสีติดที่ตัวแบตเตอรี่) ถ้าหากไฟใน

แบตเตอรี่ไม่เต็ม พวกเราก็ควรเอาไปชาร์จซะ รวมทั้งอีกอย่างก็คือ น้ำกลั่น ถ้าหากรถคุณเป็นแบตเตอรี่น้ำก็ควรจะเช็คมองระดับน้ำกลั่นว่าอยู่ในระดับที่กำหนดไว้ไหม ถ้าไม่ก็ซื้อน้ำกลั่นมาเพิ่มเพื่อยึดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
5. น้ำมันเบรค การตรวจเช็คน้ำมันเบรคก็ไม่ได้ยากอะไ

รมากนัก ซึ่งกระปุกน้ำมันเบรคจะอยู่ใกล้กับหม้อลมเบรคสีดำๆใกล้กับ โช้ค kw โช๊ค kw v3 st suspension ราคา ผนังเครื่องกรรมวิธีนั้น ไม่ยากเลยด้วยเหตุว่าพวกเราสามารถมองด้วยตาได้เลย ด้วยเหตุว่ากระปุกน้ำมันเบรคจะเป็นแบบใสๆเขียนว่า Max กับ Min

ซึ่งถ้าหากน้ำมันเบรคอยู่ในระดับที่ธรรมดา จะอยู่ที่คำว่า Max แม้กระนั้นถ้าเกิดน้ำมันเบรคพร่องลงมา ระดับครึ่งของอักษร 2 ตัว หรือมากกว่านั้นบางส่วน ให้สันนิษฐานก่อนเลยว่าผ้าเบรคบางทีก็อาจจะใกล้หมด (หากแน่ใจว่าไม่มีการรั่วซึม ไม่ต้องเติมน้ำมันเบรกเข้าไปเพิ่ม เพราะแม้เปลี่ยนผ้าเบรกให้มีความหนา

มากขึ้น ระดับน้ำันเบรกจะกลับมาสูงอย่างเดิม) หรือมีการรั่วซึม เราสามารถตรวจเช็คได้โดยหาซื้อน้ำมันเบรคมาเพิ่มให้อยู่ในระดับ Max ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยปิดฝา แล้วอีกซัก 2-3 วัน มาเช็คดูใหม่ หากน้ำมันเบรค ไม่พร่องก็เพลิดเพลินใจได้ แม้กระนั้นถ้าหาก

น้ามันเบรคพร่องลง มาอยู่ในระดับแทบครึ่งกระปุกหรือสูงยิ่งกว่านั้น ให้คุณเอารถเข้าเช็คที่ศูนย์หรืออู่รถได้เลย เนื่องจากในระบบเบรคอาจมีอะไรเสียหายก็ได้
6. น้ำหล่อเย็นระบบน้ำในหม้อน้ำ หรือน้ำหล่อเย็นเครื่องจักรมีความหมายไม่แพ้ส่วนอื่นเลย เพราะว่าถ้าเกิดความร้อนขึ้น เครื่องยนต์ก็จะมีปัญหาได้ ซึ่งการตรวจเช็คน้ำหม้อน้ำไม่ยาก โดยรถย

นต์รุ่นใหม่ๆจะมีถังพักน้ำที่ต่อเข้ากับหม้อน้ำ เราทดลองเปิดถังพักน้ำขึ้นมาดูว่าระดับน้ำพร่องลงไหม หากระดับน้ำพร่องลงให้เพิ่มน้ำ

ในถังพักน้ำให้ได้ค่าปรกติ ซึ่งจะมีเส้นกำหนดเอาไว้ที่

ถังพักน้ำ (ไม่ควรเปิดฝาปิดหม้อน้ำขณะเครื่องร้อน)
7. ไฟหน้า ไฟเลี้ยว หน้า-หลัง และไฟเบรคเรื่องของไฟนี้สำคัญอีกหนึ่งสิ่ง กระบวนการตรวจเช็คไม่ยากเลย ไฟหน้าก็เปิดไฟหน้าทิ้งไว้แล้วเดินออกมามองหน้ารถยนต์

ทั้งไฟสูงแล้วก็ไฟธรรมดา ถัดมาเป็นไฟเลี้ยวก็เปิดข้างไว้ครั้งละข้างจะเริ่มทางฝั่งไหนก่อนก็ได้ และก็เดินดูหน้ารถและก็ด้านหลังรถ ให้เป็นระเบียบ ส่วน

ไฟเบรค ข้างหลังถ้าหากเช็คได้ด้วยตัวเองก็เปิดไฟหรี่แล้วเดินมองท้ายรถยนต์ว่าติดไหม แต่ว่าในช่วงเวลาที่เหยียบเบรคแล้ว ให้คนที่บ้านมอง หรือถอยหลังเข้ากำแพงหรือกระจก แล้วลองสังเกตดูข้างซ้าย-ขวา ว่าติดไหม หากติดก็โอเคผ่าน หากไม่ติดก็ทำการเปลี่ยนแปลงซะ เพราะถ้าเกิดไม่เปลี่ยนจะเป็นโทษต่อ

ตัวเอง แล้วก็คนอื่นๆ แล้วยังถูกตำรวจจับอีกด้วยนะ
8. ลมยางลมยางรถยนต์เรื่องง่ายๆที่ควรจะ ตรวจเช็คลมยาง รถยนต์ของท่าน ถ้าหากเพิ่มเติมมากเกินไปรถยนต์ก็จะยึดเกาะถนนไม่ดีซักเท่าไหร่ แต่ว่าหากเพิ่มไม่เพียงพอ

หน้าสัมผัสยางก็จะสัมผัสกับถนนมากเกินไป ทำให้เปลืองน้ำมันรถยนต์มากยิ่งกว่าธรรมดา ซึ่งพวกเราควรจะหนั่นพิจารณาให้อยู่ในค่าที่โรงงานระบุ

โดยสามารถมองจากฉลากที่ติดอยู่ตรงขอบประตูรถยนต์ในช่วงเวลาที่เราเปิดประตูออกมาได้ เพื่อนฝูงๆจำเป็นที่จะต้องหาซื้อเกจ์วัดลมยางเก็บไว้สัก 1 อัน เอาไว้เช็คลมยางรถตัวเองด้วยนะ

8 แบบนี้เป็นสิ่งที่ เราควรจะหมั่นตรวจเช็คอยู่เ

ป็นประจำอย่างต่ำอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี ทำให้ยืดอายุการใช้แรงงานรถของคุณได้อีกนาน รวมทั้งในเวลาที่เราใช้รถยนต์ใช้ถนนหนทางจะได้มีความปลอดภัยกับชีวิตตนเอง และคนอื่นด้วย

อีกทั้งยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของคุณได้อีกด้วย สำหรับสหายๆที่เป็นสายซิ่งตัวจริง ไม่ว่าจะเป็นรถอะไร ขุมพลัง N/A หรือ Turbo สิ่งหนึ่งที่รถซิ่งทุกๆคันควรจะมี มันก็คือ บรรดาเกจ์วัดจากสำนักต่างๆที่จะ

เอามาติดใว้บริเวณคอนโซลรถ จนบางบุคคลเย้าแหย่ว่า มันเป็น นาฬิกาที่มีไว้ปลุก ตอนนี้…มั่นใจว่ามีเพื่อนพ้องๆคนไม่ใช่น้อย ต้องการจะติดเกจ์วัดพวกนี้ ไว้ที่คอนโซลบ้าง แม้กระนั้นไม่รู้จักว่า…แต่ละตัวติดไว้เพื่อบอกค่าอะไรบ้าง ด้วยเหตุนั้นวันนี้ ทางทีมงาน BoxzaRacing จะพาเพื่อนฝูงๆมาทำความรู้จักเกจ์วั

ดรูปแบบต่างๆที่รถซิ่งบ้านเรานิยมนำมาจัดตั้งทั้งหมดทั้งปวง 8 รูปแบบ ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Oil Temp, Boost, Oil Press, Fuel Press, EXT Temp, Water Temp, A/F Ratio รวมทั้ง Volt ขอรับ
Oil Temp หรือ มาตรวัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่อ

งชื่อก็บอกกันอยู่แล้ว สำหรับเกจวัดตัวนี้ ว่าเอาไว้วัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่องนั่นเองครับ เหตุผลที่ควรจะมีเพราะว่า บางทีการโมดิฟายเครื่องจักรกล อาทิเช่น เพิ่มระบบอัดอากาศ

มีส่วนนำมาซึ่งความร้อนที่มากกว่ารถยนต์เดิมทั่วไป ประกอบกับถ้าเกิดว่าไม่มีระบบการจัดการที่ดี จะมีผลให้อุณหภูมิของน้ำมันเครื่องสูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเจ้า Oil Temp สามารถตรวจตรา และแจ้งเตือนการเกิดความ

ร้อนของน้ำมันเครื่องที่อาจจะก่อให้ก่อให้เกิดอันตรายกับเครื่องจักรได้ ซึ่งอุณหภูมิที่สมควร ควรอยู่ที่ 80 – 110 องศาเซลเซียส และไม่ควรจะเกิน 130 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิพุ่งมากถึงขนาดนั้น บางทีอาจจะต้องหา

Oil Cooler มาติดตั้งเพื่อช่วยลดอุณหภูมิของน้ำมันเครื่อง

Boost หรือ มาตรวัดแรงดันเทอร์โบ สำหรับในส่วนนี้ รถบ้านอาจจไม่มีความจำเป็นต้องใส่ เนื่องจากเกจตัวนี้ เป็นมาตรวัดแรงกดดันของเทอร์โบ สำหรับรถที่มีการติดตั้งระบบอัดอากาศ โดยที่จะแสดงระดับของอากาศที่เข้ามา เพื่อมองปริมาตรของแรงกดดันอากาศที่เข้าสู่เครื่องจักร ซึ่งสามารถบอกอาการได้อีกหลา

ยประเภท ความเร็วในการบูสต์ รวมทั้งอาการรั่วไหลที่บางทีอาจเกิดขึ้นได้ในระบบ
Oil Press หรือ เครื่องวัด โช้ค kw โช๊ค kw v3 st suspension ราคา แรงกดดันน้ำมันเครื่อง เกจวัดตัวนี้ นับว่าจะมองเห็นได้เสมอๆตามรถทั่วๆไปที่นิยมติดกัน หลักการทำงานของมันหมายถึงแสดงแรงกดดันของน้ำมันเครื่อง ทำให้เรารู้สถานะ รวมทั้งคุณสมบัติของน้ำมันเครื่อง ว่ามีค่าความหนืด หรือแรง

ดันที่เหมาะสมกับหรือไม่ ซึ่งพวกเราสามารถตรวจดูได้โดยการดูระดับแรงกดดันนั่นเอง หากน้ำมันเครื่องเหลวเกินความจำเป็น เครื่องยนต์จะดูดง่ายทำให้แรงดันต่ำ ในทางตรงกันข้ามถ้าหากน้ำมันเครื่องที่ใช้หนืดเหลือเกิน อาจส่งผลให้แรงกดดันสูง โดยแรงกดดันน้ำมันเครื่องธรรมดาควรอยู่ที่ 3-4 kg/cm2 และไม่ควรเกิน 6kg/cm2
Fuel Press หรือ มิเตอร์แรงกดดันเชื้อเพลิง สำ

หรับตัวนี้ บางครั้งก็อาจจะไม่ค่อยมองเห็นรถทั่วๆไปใส่กัน นอกเสียจากเป็นรถที่จะต้องเฝ้าระวังเรื่องน้ำมันเชื่อไฟ ราวกับรถยนต์ที่โมดิฟายมาจำนวนไม่ใช่น้อยหรือติดตั้งระบบอัดอากาศ เนื่องจากเจ้าเกจ์ตัวนี้ จะวิเคราะห์แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงตามแวคคั่มรวมทั้งแรงกดดันบูสต์จากเครื่องยนต์ ซึ่งแนวทางในการดูก็จะอิงจากรอบเดินเบาเป็นหลัก ถ้าหากเป็นรถที่มีการติดเทอร์โบ ค่าของแรงกดดันจะแปรผันไปตามอัตราบูสต์ที่พวกเราตั้งไว้

ดังเช่น รอบเดินเบาตั้งไว้ที่ 3.0 บาร์ และรถเซ็ตบูสต์ไว้ที่ 1 บาร์ ในระหว่างที่บูสต์เต็ม เข็มวัดแรงกดดันน้ำมันเชื้อเพลิง น่าจะอยู่ที่ 4 บาร์ เป็นต้น ซึ่งหาว่าแรงดันเชื้อเพลิงต่ำลงยิ่งกว่า แสดงว่าระบบการจ่ายเชื้อเพลิง อาจเกิดการผิดพลาด หรือดำเนินการได้ไม่เต็มคุณภาพ
EXT Temp หรือ หน่วยวัดอุณหภูมิไอเสียมาตรวัดอุณหภูมิไอเสีย เพื่อนฝูงๆบางครั้งก็อาจจะคิดว่ามองไม่น่าจะเป็นเกจ์วัดที่จำเป็นจะต้อง แม้กระนั้นหารู้ไม่นะครับ อุณหภูมิของไอเ

สียนั้น สามารถบอกอะไรเราได้เช่นเดียวกัน นั่นก็คือ ความครึ้มความบางของการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยที่ถ้าหากมีการจูนบาง ไอเสียที่ออกมาจะออกจะอุณหภูมิสูง แม้กระนั้นหลักสำคัญจุดหลักสำคัญของมันคือ การดูร่วมกับ A/F Ratio เพื่อวิเคราะห์อัตราส่วนการผสมระหว่างน้ำมันรวมทั้งอากาศ

Water Temp หรือ มาตรวัดอุณหภูมิน้ำอาจจะไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะเหตุว่าชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าหน้าที่สำคัญเป็น การวัด

อุณหภูมิของน้ำในระบบหล่อเย็น ให้อยู่ในตอนที่ไม่

สูงกระทั่งเหลือเกิน โดยที่อุที่หมูิ จึงควรไม่เกิน 90-100 องศาเซลเซียส ถ้าหากกล่าวโดยทั่วไปแล้ว รถยนต์ทุกๆก็จะมีมาตรวัดอุณหภูมิของน้ำจัดตั้งมาให้จากโรงงาน เพื่อนฝูงๆคงจะรู้สึกว่าจะติดไปทำไม เนื่องจากของเดิมๆนั้น จะโชว์ว่ามีลักษณะไม่ถูกปปกความกำหนัดต่อเมื่ออุณหภูมิสูงมากๆไฟก็เลยจะเตือนขึ้น สลับกันถ้าเป็นมาตรวัดแบบนี้ จะทำให้ทราบได้ทันที แม้อุณภูมิสูงขึ้นเพียงแค่เล็กๆน้อยๆนะครับ

A/F Ratio หรือ มาตรวัดส่วนผสมระหว่างน้ำมันกับอากาศหน้าที่สำคัญๆของเจ้าตัวนี้หมายถึงวิเคราะห์ส่วนผสมที่สำคัญที่สุดของเครื่องยนต์ โน่นเป็น อากาศ และก็ น้ำมันเชื่อเพลิง

ให้อยู่ในอัตราส่วนที่สมควร โดยที่ค่า A/F อาจเปลี่ยนได้ตามการปรับจูน รวมทั้งจำเป็นต้องมองควบคู่กับ EXT Temp เพื่อความเที่ยงตรงของค่าที่ได้ครับ
Volt หรือ มิเตอร์ไฟฟ้าตัวนี้เป็นอีก 1 ตัว ที่ออก

จะจำเป็นต้อง เพราะสามารถบอกสถานะของแบตเตอรี่ ซึ่งวิธีการดูก็ง่ายดายมากครับ ระดับพลังงานควรจะอยู่ที่ 12 Volt ไม่ว่าจะหยุดใว้นานเพียงใด ซึ่งถ้าเกิดต่ำลงยิ่งกว่านั้น

อาจสื่อว่าแบตเตอรี่เริ่มเก็บไฟไม่อยู่นั่นเองครับทั้งสิ้นที่กล่าวมา เป็นเพียงแต่คุณลักษณะคร่าวๆของเกจ์วัดสำคัญๆที่สายซิ่ง นิยมใส่กันอยู่ในขณะนี้ขอรับ สำหรับคราวต่อไป BoxzaRacing จะพรีเซ็นท์เกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ เรื่องอะไร อย่าลืมติดตามกันครับ

กลับหน้าหลัก