8

gps ติดตามตัว

gps ติดตามตัว ระบบติดตาม geniustracks ถูกออกแบบให้รองรับการใช้งาน ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับทุกความต้องการที่แตกต่างกัน

gps ติดตามตัว

 

gps ติดตามตัว ระบบ GPS Tracking เป็นระบบที่ช่วยในการระบุตำแหน่งที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงสามารถนำระบบนี้มาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินทางและเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่งได้มากขึ้น จะช่วยให้คุณสามารถติดตามรถและยานพาหนะได้แบบ Realtime หรือจะกำหนดเส้นทาง วางแผนการเดินทาง ก็สามารถทำได้ผ่านอุปกรณ์เช่นคอมพิวเตอร์หรือมือถือ ซึ่งรูปแบบการใช้งานจะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ผู้ให้บริการ โดยข้อมูลทุกอย่างจะถูกบันทึกและจัดเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ GPS นั้นๆ

คุณสามารถเข้าล็อคอินเพื่อเช็คประวัติการเดินทางย้อนหลัง เพื่อนำข้อมูลมาใช้เพื่อการประเมินงบประมาณการใช้จ่ายน้ำมัน การประเมินผู้ขับรถ เช็คเส้นทางเดินรถที่ผ่านมา การแวะพัก การติดเครื่องยนต์ ระดับน้ำมัน และรายงานรูปแบบต่างๆเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆต่อไป

สนใจ เเอดไลน์ LINE : @GeniusGPS

กลับหน้าหลัก

TsQEGFiAL4

gps คือ

gps คือ ระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก ในปัจจุบันทุกๆภาคส่วนและทุกคนสามารถใช้งานได้จากทั่วโลก

gps คือ

gps คือ ระบบสำหรับการกำหนดตำแหน่งบนโลก มีชื่อเต็มในภาษาอังกฤษว่า Global Positioning System หรือ GPS ลักษณะการทำงานของระบบตัวนี้จะใช้การคำนวณระบบพิกัดกริดยูทีเอ็มซึ่งมีทั้งหมด 60 โซน เป็นการส่งจากนาฬิกามายังดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลกของเรา มีการให้ตำแหน่งแน่นอน เป็นระบบบอกตำแหน่งจากจุดที่รับสัญญาณทั่วโลกซึ่งต้องมีเครื่องรับสัญญาณ การพัฒนาของจีพีเอสมีความก้าวหน้ามาก ๆ ยิ่งถ้าเป็นตัวใหม่ ๆ สามารถคำนวณทิศทางกับความเร็วได้ นิยมนำมาใช้งานกับโปรแกรมประเภทแผนที่ทั้งหลายเพื่อเอาไว้นำทางไปตามจุดหมายต่าง ๆ ที่ไม่คุ้นชินขณะที่ตัวดาวเทียมที่อยู่ในระบบทำงานของจีพีเอสจะเป็นดาวเทียมโคจรต่ำ ๆ ความสูงราว 11,000 ไมล์ จากระดับพื้นผิวของโลก การยืนยันตำแหน่งของจีพีเอสแต่ละจุดจะต้องใช้พิกัดที่มาจากดาวเทียมขั้นต่ำ 3-4 ดวง การโคจรรอบโลกนั้นจะมีระดับความเร็ว 4 กม. / วินาที ใช้เวลาในการเคลื่อนที่รอบโลก 12 ชม. โดยการโคจรรอบโลกแต่ละรอบแบ่งออกเป็น 6 ระนาบ

แต่ละระนาบจะมีดาวเทียมทั้งหมด 4 ดวง ทำมุมที่ระดับ 55 องศา ซึ่งทั้งระบบนี้จะต้องมีจำนวนดาวเทียมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 24 ดวง เหตุผลก็เพราะจะได้ยืนยันตำแหน่งแบบครอบคลุมจากทุกพื้นที่บนโลกนั่นเอง ดาวเทียมทุก ๆ ดวงที่โคจรจะส่งสัญญาณ gps นี้มายังภาคพื้นดินถึงสถานีควบคุมเอาไว้บอกพิกัดของตนเองว่าเคลื่อนที่ไปตรงจุดไหน ตัวสัญญาณของ gps ที่มาถึงภาคพื้นดินนี้จะมีขนาดเล็กสุด ๆ โอกาสเกิดการรวบกวนมีสูง เราจึงสังเกตว่าเวลาใช้งานหากอยู่ในที่อับสัญญาณหรืออยู่ในพื้นที่ปิดการใช้งาน gps จะเป็นเรื่องยากทันที

แผนที่นำทางด้วย GPS มีที่มาอย่างไร?
นอกจากผู้ที่ใช้ระบบ GPS จะต้องมีเครื่องรับสัญญาณ GPS หน่วยประมวลผล โปรแกรมแผนที่และข้อมูลแผนที่ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน ในรูปแบบต่างๆ การรับสัญญาณจากดาวเทียมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ส่วนการใช้งานในรูปแบบที่ใช้ประกอบกับแผนที่จะมีค่าใช้จ่ายในเรื่องของ แผนที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบริษัทที่จัดทำแผนที่ ในประเทศไทยมีผู้จัดทำแผนที่เพื่อใช้กับ GPS รายใหญ่ๆได้แก่

  • GARMIN
  • POWER MAP
  • SpeedNavi

นอกจากความเฉพาะของแผนที่นำทางจะไม่สามารถนำมาใช้ต่างค่ายได้แล้ว แผนที่ยังมีความเฉพาะสำหรับเครื่องแต่ละเครื่องด้วยคือไม่สามารถนำแผนที่จากเครื่องหนึ่งไปใช้กับเครื่องอื่นได้ จะต้องมีการป้อนรหัสที่ทางบริษัทจัดให้จึงจะสามารถใช้งานได้

การสร้างแผนที่นำทางจะเริ่มจากการใช้ภาพถ่ายทางอากาศจากดาวเทียมมาต่อซ้อนกันเหมือนการปูกระเบื้องเพื่อให้เห็นภาพรวมของภูมิประเทศ แล้วจึงไปกำหนดจุดอ้างอิงทางภูมิศาสตร์ (calibrate) เป็นค่าพิกัดดาวเทียม แล้วจึงมีการสร้างข้อมูลต่างๆ เช่น ถนน สถานที่สำคัญ จุดสนใจ เป็นชั้นๆ (layer) แล้วนำมาประกอบกันเป็นแผนที่นำทาง

การสร้างข้อมูลทางภูมิศาสตร์จะต้องมีการสำรวจภาคสนามซึ่งต้องใช้บุคคลากร ทรัพยากรจำนวนมาก และต้องทำอย่างสม่ำเสมอเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงทำให้การสร้างแผนที่มีต้นทุนที่สูง

อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับการนำทางด้วย GPS ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับการนำทางด้วย GPS ประกอบด้วย

  • ตัวรับสัญญาณดาวเทียม (GPS Receiver Module)
  • หน่วยประมวลผล (CPU)
  • โปรแกรมการนำทาง (Application Software)
  • และข้อมูลแผนที่นำทาง (Map Data)

ปัจจุบันนี้มีเครื่อง GPS ที่มีครบทุกอย่างในตัวเอง ซึ่งจะมีความสะดวกในการใช้งานและมีความเสถียรสูงได้แก่ PND (Personal / Portable Navigation Device) หรือแบบที่ใช้ GPS receiver ร่วมกับ PDA (Personal Digital Assistant) / Pocket PC / โน้ตบุ๊ก / Smart phone เป็นต้น หรือใน Smart Phone รุ่นใหม่ๆก็จะมี GPS มาให้พร้อมเลือกใช้หลายรุ่น ทำให้สะดวกในการใช้งานยามหลงทางหรือใช้งานหาสถานที่ใกล้เคียง

นอกจากอุปกรณ์หลักแล้วยังมีอุปกรณ์เสริม เช่น เสารับสัญญาณภายนอกแบบติดเฉพาะเครื่องต่อเครื่อง หรือ ตัวกระจายคลื่น (GPS radiator) เพื่อให้สามารถใช้ GPS ได้ในที่อับสัญญาณ เช่นในรถที่ติดฟิล์มที่มีสารโลหะอยู่ (หรือที่เรียกกันว่า”ฉาบปรอท”) หรือในอาคาร

การประยุกต์ใช้งาน

ปัจจุบันนี้ได้มีการใช้งานในรูปแบบต่างๆดังนี้

  • การกำหนดพิกัดของสถานที่ต่าง ๆ การทำแผนที่ จีพีเอส รถบรรทุก โดยส่านใหญ่นิยมใช้อุปกรณ์ที่สามารถพกพาไปได้ง่าย มีความทนทาน กันน้ำได้ สามารถใช้กับถ่านไฟฉายขนาดมาตรฐานได้ ดูรายละเอียด GPS สำหรับงานสำรวจ
  • การนำทาง ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมีหลากหลายแบบและขนาด สามารถนำทางได้ทั้งภาพและเสียง ใช้ได้หลายภาษา บางแบบมีภาพเสมือนจริง ภาพสามมิติ และประสิทธิภาพอื่นๆเพิ่มเติมเช่น multimedia Bluetooth hand free เป็นต้น ดูรายละเอียด GPS นำทาง
  • การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน: โครงข่ายหมุดดาวเทียม GPS ของกรมที่ดิน (DOLVRS)
  • การกำหนดจุดเพื่อบรรเทาสาธารณะภัย เช่น เสื้อกั๊กชูชีพที่มีเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอส
  • วางผังสำหรับการจัดส่งสินค้า
  • การนำไปใช้ประโยชน์ในขบวนการยุติธรรม เช่นการติดตามบุคคล
  • การติดตามการค้ายาเสพติด ฯลฯ ดูรายละเอียด GPS เพื่อการติดตาม
  • การนำไปใช้ประโยชน์ทางทหาร ดูรายละเอียดเกี่ยวกับอนาคต GPS ทางทหารจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่นี่ The Future of the Global Positioning System
  • การกีฬา เช่นใช้ในการฝึกฝนเพื่อวัดความเร็ว ระยะทาง แคลลอรี่ที่เผาผลาญ ดูรายละเอียด อุปกรณ์ GPS สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง หรือ ใช้ในสนามกอล์ฟเอคำนวณระยะจากจุดที่อยู่ถึงหลุม
  • การสันทนาการ เช่น กำหนดจุดตกปลา หาระยะเวลาที่เหมาะสมในการตกปลา การวัดความเร็ว ระยะทาง บันทึกเส้นทาง เครื่องบิน/รถบังคับวิทยุ ระบบการควบคุมหรือติดตามยานพาหนะ
  • การติดตามบุคคล เพื่อให้ทราบว่ายานพาหนะอยู่ที่ใด มีการเคลื่อนที่หรือไม่ มีการแจ้งเตือนให้กับผู้ติดตามเมื่อมีการเคลื่อนที่เร็วกว่าที่กำหนดหรือเคลื่อนที่ออกนอกพื้นที่หรือเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด นอกจากนั้นยังสามารถนำไปใช้ในการป้องกันการโจรกรรมและติดตามทรัพย์สินคืน ดูรายละเอียด ระบบติดตาม
  • การนำข้อมูล GPS มาประกอบกับภาพถ่ายเพื่อการท่องเที่ยว การทำรายงานกิจกรรม เป็นต้น โดยจะต้องมีเครื่องรับสัญญาณ ดาวเทียมติดตั้งอยู่กับกล้องบางรุ่น หรือการใช้ GPS Data Logger ร่วมกับ Software

การใช้ระบบ GPS ในชีวิตประจำวัน

ทุกวันนี้มีการใช้อุปกรณ์ GPS กันอย่างกว้างขวาง และประชาชนมีความรู้เรื่อง GPS เป็นอย่างดี เพราะได้มีการใช้ งานมานานระยะหนึ่งแล้ว และมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลการจราจรในรูปแบบของดิจิตอล เช่น ในรถแท็กซี่จะพบอุปกรณ์ GPS เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรคับคั่ง

การขับรถเพื่อท่องเที่ยวก็จะมีการแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวพร้อมสถานที่น่าสนใจต่างๆ เช่น ร้านอาหาร ที่พัก จุดชมวิว แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น และนักเดินทางก็มักจะพกอุปกรณ์ GPS ในรูปแบบ PND หรือ Smart Phone ที่ลง Application Software

สำหรับการนำทาง เช่น Google Map แทนการพกพาสมุดแผนที่อย่างในอดีต ปัจจุบันนี้ระบบ GPS สามารถ ค้นหาถึงระดับบ้านเลขที่หรือเบอร์โทรศัพท์และนำทางไปสู่เป้าหมายได้อย่างถูกต้อง

ในปัจจุบันนอกจากฟังก์ชั่นการนำทางพื้นฐานแล้วก็ยังมีการเตือนทางโค้ง จุดด่านเก็บเงิน จุดที่มักจะมีการตรวจจับความเร็ว ตำแหน่งกล้องตรวจจับการฝ่าฝืนกฎจราจร การกำหนดความเร็วในถนนแต่ละสาย ข้อมูลการท่องเที่ยวพร้อมรายละเอียดพร้อม ภาพประกอบ ข้อมูลร้านอาหารอร่อย ภาพเสมือนจริง ข้อมูลจราจร TMC หรือ (Traffic Message Channel)

การใช้ GPS ในการติดตามก็มีการใช้งานอย่างแพร่หลายเช่น รถบรรทุก รถยนต์สาธารณะ รถพยาบาล รถตำรวจ รถโรงเรียน เรือประมง ฯลฯ เพื่อ การบริหารกลุ่มรถ (Fleet Management), ความปลอดภัย, ติดตามและบันทึกพฤติกรรมการใช้งานยานพาหนะ, การกำหนดพื้นที่ปฎิบัติงาน เป็นต้น

สนใจ เเอดไลน์ LINE : @GeniusGPS

กลับหน้าหลัก

thumb_40128_598d5f6f6a30a

gps ติดตาม รถไม่มี รายเดือน

gps ติดตาม รถไม่มี รายเดือน แตกต่างกับรายเดือนอย่างไร

gps ติดตาม รถไม่มี รายเดือน

gps ติดตาม รถไม่มี รายเดือน เครื่องติดตาม GPS Tracker ตามได้ทุกที่ ทุกเวลา บอกเส้นทางในแผนที่ ใช้ได้ทั่วโลกขนาดเล็ก เท่ากล่องไม้ขีดไฟ ติดตั้งง่าย เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียม ละเอียดมาก (แบบเห็นหลังคาบ้าน) อุปกรณ์ครบชุด พร้อมคู่มือการใช้งาน ใช้งานได้ทันที ระบบติดตาม ตัวบุคคล สัตว์เลี้ยง สิ่งของ หรือยานพาหนะ ระบุตำแหน่งจากดาวเทียมแล้วแจ้งตำแหน่งกลับโดยอัตโนมัติ ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือที่กำหนดไว้

หลักการทำงานคร่าว ๆ ของ GPS

เป็นที่ทราบกันดีว่า ระบบ GPS คือระบบที่สามารถระบุตำแหน่งคน, อุปกรณ์ หรือสถานที่ต่าง ๆ ได้ แต่หลักสำคัญของ GPS นั้น มีส่วนประกอบหลัก ๆ ดังนี้ :

  1. อุปกรณ์ส่งสัญญาณ : อุปกรณ์ที่สามารถระบุพิกัดที่อยู่และส่งสัญญาณออกไปยังดาวเทียมได้ ตัวอย่างเช่น สมาร์ทโฟน, อุปกรณ์ GPS ต่าง ๆ เป็นต้น
  2. ดาวเทียม GPS : ดาวเทียม GPS จะโคจรอยู่รอบ ๆ โลก เพื่อรับพิกัดจากอุปกรณ์ส่งสัญญาณ ซึ่งมีจำนวนมากในปัจจุบัน และสามารถส่งพิกัดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
  3. ส่วนควบคุม : เช่น จานรับสัญญาณ, เสารับสัญญาณ ที่มีสถานีภาคพื้นดินตามจุดต่าง ๆ ครอบคลุมทั่วโลก ที่จะรับพิกัดมาแปลงลงบนซอฟต์แวร์ เพื่อแสดงผลให้สำหรับผู้ใช้งานเห็นในรูปแบบต่าง ๆ
    เมื่อเราทราบส่วนประกอบหลักคร่าว ๆ กันแล้ว มาดูวิธีการทำงานกัน

วิธีการทำงานในการส่งสัญญาณ GPS

อุปกรณ์ GPS ที่เราถืออยู่ในมือนั้น จำเป็นต้องตัวรับสัญญาณดาวเทียม ซึ่งจะมีหน่วยการประมวลผล (CPU) ที่จะคอยแปลงรหัสสัญญาณพิกัด เพื่อนำมาใช้งานในโปรแกรมต่อไป ดังนั้นการรับส่งข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ ย่อมต้องมีการใช้เครือข่ายเพื่อให้การรับส่งข้อมูลทำได้อย่างต่อเนื่อง

สรุปแล้วคืออุปกรณ์เราจะยิงสัญญาณออกไปยังดาวเทียม และดาวเทียมหลายดวงจะรับสัญญาณและสะท้อนกับดาวเทียมอีกหลายดวง เพื่อหาตำแหน่งที่รับสัญญาณที่ถูกต้อง และส่งกลับมาที่อุปกรณ์หรือสถานีภาคพื้น เพื่อแสดงตำแหน่งที่อยู่บนพื้นโลกของเรานั้นเอง

จะใช้งาน GPS จำเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตหรือไม่

มาถึงตรงนี้ เราอาจะเริ่มสงสัยแล้วว่า และอุปกรณ์ของเรานั้นจะส่งสัญญาณออกไปได้อย่างไร และรับมาอย่างไร อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ GPS นั้นส่วนมากไม่จำเป็นต้องต่ออินเตอร์เน็ตก็ได้ แต่การส่งสัญญาณจะเป็นในรูปแบบยิงและรับ เป็นช่วง ๆ ซึ่งจะนำไปใช้งานในแบบที่เราไม่จำเป็นต้องการทราบที่อยู่ของเราแบบทุกย่างก้าว แต่ใช้เพื่อให้ทราบตำแหน่งปัจจุบันเพียงเท่านั้น ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ จะเป็นอุปกรณ์ที่ทำขึ้นมาเพื่อระบุตำแหน่งเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถนำมาใช้เพื่อการนำทางได้ ส่วน GPS ที่ใช้งานอินเตอร์เน็ต จะสามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วและถี่มากขึ้น เพราะมีเครือข่ายสัญญาณที่สามารถรับส่งข้อมูลได้ตลอดเวลา จึงสามารถนำมาประยุกต์เพื่อใช้ในการนำทางได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่า สถานที่นั้นสามารถรับสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้หรือไม่

ทำไมการใช้ GPS จำเป็นต้องมีรายเดือน

เมื่อทราบการทำงานของ GPS กันแล้วก็เริ่มเข้าเรื่องกันได้เลย อย่างที่อธิบายไปข้างต้นนั้น อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ GPS ที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือสัญญาณโทรศัพท์ จะสามารถส่งพิกัดตำแหน่งได้เป็นช่วง ๆ เท่านั้น ซึ่งการใช้งาน GPS ในปัจจุบันที่เรากันอยู่นั้น ต้องการความแม่นยำและแสดงให้เห็นการเคลื่อนไหวตลอดเวลาแบบ Real-Time นั่นเอง ซึ่งการใช้งาน GPS ที่สามารถแสดงตำแหน่งที่ตั้งได้ตลอดเวลา จำเป็นต้องมีการส่งสัญญาณที่ต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องใช้งานซิมการ์ดโทรศัพท์ เครื่อง ติดตาม เพื่อให้สามารถรับสัญญาณได้ตลอดเวลา และเมื่อใช้งานซิมการ์ดก็จำเป็นต้องมีแม่ข่าย หรือเครือข่ายโทรศัพท์นั้น ๆ เราจึงจำเป็นต้องจ่ายค่าเครือข่ายเหล่านั้นนั่นเอง

GPS ที่มีแบบรายเดือน และ ไม่มีรายเดือน ต่างกันอย่างไร

หลังจากที่เราอ่านสิ่งที่ผมอธิบายมาข้างต้น ก็น่าจะพอทราบกันได้บ้างแล้วใช้ไหม ว่าความแตกต่างของมันอยู่ที่ การรับส่งสัญญาณได้ถี่แค่ไหน นั่นเอง หากคุณต้องการเพียงแค่ทราบตำแหน่งเป็นครั้งคราวก็ไม่จำเป็นต้องใช้งานแบบรายเดือน แต่หากคุณต้องการทราบตำแหน่งที่แน่นอนและเป็นปัจจุบันก็จำเป็นที่จะต้องจ่ายให้กับค่าบริการเครือข่ายดังกล่าว เรามาดูข้อดี และ ข้อเสีย ของ GPS ติดตามรถ ไม่มีรายเดือน และ GPS ติดตามรถแบบที่เราจ่ายรายเดือนกัน

GPS ติดตามรถ ไม่มีรายเดือน

ข้อดี

  • ไม่จำเป็นต้องจ่ายรายเดือน
  • อุปกรณ์ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานมาก เพราะอุปกรณ์จะส่งสัญญาณเป็นช่วง ๆ เท่านั้น

ข้อเสีย

  • ไม่สามารถติดตามแบบ Real-Time หรือทราบตำแหน่งที่แน่นอนในปัจจุบันได้ (เพราะสัญญาณที่ส่งล่าสุด อาจจะเป็น 5-10 นาที ที่แล้ว
  • นำมาใช้เพื่อการนำทางไม่ได้ เพราะระบุตำแหน่งได้ช้าเกินไป อาจทำให้หลงทางได้ง่าย

GPS ติดตามรถ แบบรายเดือน

ข้อดี

  • สามารถระบุตำแหน่งที่แม่นยำกว่า และเป็นปัจจุบันได้
  • สามารถนำไปใช้ในการติดตาม หรือ นำทางได้

ข้อเสีย

  • จำเป็นต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนให้กับเครือข่าย
  • จำเป็นต้องมีไฟเลี้ยงตลอดเวลา เช่น แบตเตอรี่ในมือถือ หรือในรถยนต์ ก็จะพ่วงกับแบตรถยนต์ เป็นต้น

ประโยชน์การนำไปใช้งาน GPS Tracker

– เครื่องติดตาม GPS Tracker ความแม่นยำสูง (ความคลาดเคลื่อนเพียง 4 เมตร) เพราะใช้สัญญาณจากดาวเทียม (Star Sirf III) ซึ่งเป็นมาตราฐานสากลในการ ระบุพิกัดต่างๆ

– เครื่องติดตาม GPS Tracker ขนาดเล็กมาก (กล่องไม้ขีดไฟ) จึงมีความสะดวก ในการพกพาหรือซ่อนไว้ในตำแหน่งต่างๆ เช่น รถยนต์ กระเป๋าเดินทาง

– ไม่มีรายเดือนในการใช้บริการต่างๆ ประหยัดกว่าให้ความคล่องตัวสูง

– เครื่องติดตาม GPS Tracker สามารถเชื่อมต่อกับ โทรศัพท์มือถือ, Pocket PC ดูแผนที่ได้สดๆทันทีหรือ ผ่าน Computer โดยระบุตำแหน่งเป็นแผนที่

– Update ข้อมูลแบบ Real-Time ทำให้ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว

– ใช้ติดตามเป้าหมาย แบตเตอร์รี่ Lithium-ion ในตัวใช้งานต่อเนื่อง 48 ชั่วโมงและ 168 ชั่วโมง (ในกรณีใช้อุปกรณ์เสริม)

– ใช้เป็นกันขโมย มอเตอร์ไชค์ หรือ รถยนต์ โดยเชื่อมกับ แบตเตอร์รี่แบบถาวรใช้งานได้ตลอดเวลา

คุณสมบัติของ เครื่องติดตาม GPS Tracker

– มีขนาดเล็กสามารถพกพา ติดตั้งและซุกซ่อนได้ง่าย ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 48 ชม.

– ขนาดตัวเครื่อง 1.81” x 2.52” x 0.65” น้ำหนัก 50 กรัม

– ค้นหาสัญญาณดาวเทียมอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาน้อยกว่า 0.1 วินาที ด้วยชิฟรับสัญญาน Star Sirf III

– ใช้ SIM card โทรศัพท์เคลื่อนที่ในความถี่ระบบ GSM 900/1800/1900

– GPRS transmission: GPRS multi-slot class 10 General

– ความเร็วสูงสุดในการเคลื่อนที่ 500 เมตรต่อวินาที

– การชาร์จ ไฟรถ Input-12V, Output-5V, ไฟบ้าน Input-110-220V, Output-5V

– แบตเตอร์รี Lithium-ion (3.7V, 800mAh)

สนใจ เเอดไลน์ LINE : @GeniusGPS

กลับหน้าหลัก

TsQEGFiAL4

gps คือ

gps คือ ระบบการหาตำแหน่งทั่วโลก ทุกที่ในโลก ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน

gps คือ

gps คือ ระบบการหาตำแหน่งทั่วโลก หรือ GPS (Global Positioning System) คือระบบการนำทางด้วยดาวเทียมซึ่งประกอบด้วยดาวเทียมอย่างน้อย 24 ดวง GPS สามารถปฏิบัติการได้ในทุกสภาพอากาศ ทุกที่ในโลก ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน และไม่มีค่าลงทะเบียนหรือค่าธรรมเนียมในการตั้งค่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (USDOD) แต่เดิมปล่อยดาวเทียมให้โคจรสำหรับการปฏิบัติงานทางทหาร แต่ในทศวรรษ 1980 เป็นต้นมาก็เริ่มกำหนดให้พลเรือนสามารถเข้าถึงการใช้งานดาวเทียมได้

GPS ทำงานอย่างไร

ดาวเทียม GPS โคจรรอบโลกวันละสองรอบในวงโคจรที่แน่นอน ดาวเทียมแต่ละดวงจะส่งสัญญาณและปัจจัยการโคจรเฉพาะตัวที่ช่วยให้อุปกรณ์ GPS สามารถถอดรหัสและคำนวณตำแหน่งที่แม่นยำของดาวเทียมดังกล่าวได้ ตัวรับสัญญาณ GPS จะใช้ข้อมูลนี้และวิธีการสามเหลี่ยมระยะในการคำนวณตำแหน่งที่ถูกต้องของผู้ใช้ โดยหลักแล้ว ตัวรับสัญญาณ GPS จะวัดระยะห่างจากดาวเทียมแต่ละดวงโดยอิงจากระยะเวลาที่ใช้ในการรับสัญญาณที่ส่งมาได้ ด้วยค่าวัดระยะทางที่ได้จากดาวเทียมอื่น ๆ อีกไม่กี่ดวง ตัวรับสัญญาณก็จะสามารถระบุตำแหน่งของผู้ใช้และแสดงตำแหน่งดังกล่าวแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อวัดเส้นทางการวิ่งของคุณ ทำแผนที่สนามกอล์ฟ หาทางกลับบ้าน หรือการผจญภัยในที่ต่าง ๆ

จีพีเอส (GPS) มีชื่อเต็มว่า Global Positioning System หรือแปลภาษาไทยก็คือ “ระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก” เป็นระบบที่ดาวเทียมประมาณ 24 ดวงโคจรรอบโลกและแต่ละดวงมีระยะห่างเท่าๆกัน จากระบบจีพีเอสนี้เองที่ทำให้คนบนพื้นโลกที่มีเครื่องรับสัญญาณสามารถที่จะทราบพิกัดและตำแหน่งที่อยู่ของตนเองได้

โดยความแม่นยำของการระบุตำแหน่งนั้นอยู่ระหว่าง 10 ถึง 100 เมตร ในอุปกรณ์รับสัญญาณส่วนใหญ่ แต่สำหรับอุปกรณ์รับสัญญาณจีพีเอสชนิดพิเศษที่ใช้ในกองทัพอาจสามารถรับสัญญาณได้แม่นยำถึงระยะ 1 เมตร ซึ่งแต่ก่อนการใช้อุปกรณ์รับสัญญาณจีพีเอสจะใช้สำหรับงานด้านวิทยาศาสตร์เป็นหลัก

แต่เนื่องด้วยจากในปัจจุบันต้นทุนการผลิตตัวรับสัญญาณจีพีเอสมีราคาถูกลง จึงทำให้คนทุกๆกลุ่มสามารถที่จะเข้าถึงและซื้อมาไว้ใช้งานส่วนตัวได้

การประยุกต์ใช้งาน

ปัจจุบันนี้ได้มีการใช้งานในรูปแบบต่างๆดังนี้

  • การกำหนดพิกัดของสถานที่ต่าง ๆ การทำแผนที่ โดยส่านใหญ่นิยมใช้อุปกรณ์ที่สามารถพกพาไปได้ง่าย มีความทนทาน กันน้ำได้ สามารถใช้กับถ่านไฟฉายขนาดมาตรฐานได้ ดูรายละเอียด GPS สำหรับงานสำรวจ
  • การนำทาง ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมีหลากหลายแบบและขนาด สามารถนำทางได้ทั้งภาพและเสียง ใช้ได้หลายภาษา บางแบบมีภาพเสมือนจริง ภาพสามมิติ และประสิทธิภาพอื่นๆเพิ่มเติมเช่น multimedia Bluetooth hand free เป็นต้น ดูรายละเอียด GPS นำทาง
  • การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน: โครงข่ายหมุดดาวเทียม GPS ของกรมที่ดิน (DOLVRS)
  • การกำหนดจุดเพื่อบรรเทาสาธารณะภัย เช่น เสื้อกั๊กชูชีพที่มีเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอส
  • วางผังสำหรับการจัดส่งสินค้า
  • การนำไปใช้ประโยชน์ในขบวนการยุติธรรม เช่นการติดตามบุคคล
  • การติดตามการค้ายาเสพติด ฯลฯ ดูรายละเอียด GPS เพื่อการติดตาม
  • การนำไปใช้ประโยชน์ทางทหาร ดูรายละเอียดเกี่ยวกับอนาคต GPS ทางทหารจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่นี่ The Future of the Global Positioning System
  • การกีฬา เช่นใช้ในการฝึกฝนเพื่อวัดความเร็ว ระยะทาง แคลลอรี่ที่เผาผลาญ ดูรายละเอียด อุปกรณ์ GPS สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง หรือ ใช้ในสนามกอล์ฟเอคำนวณระยะจากจุดที่อยู่ถึงหลุม
  • การสันทนาการ เช่น กำหนดจุดตกปลา หาระยะเวลาที่เหมาะสมในการตกปลา การวัดความเร็ว ระยะทาง บันทึกเส้นทาง เครื่องบิน/รถบังคับวิทยุ ระบบการควบคุมหรือติดตามยานพาหนะ gps ติดรถยนต์
  • การติดตามบุคคล เพื่อให้ทราบว่ายานพาหนะอยู่ที่ใด มีการเคลื่อนที่หรือไม่ มีการแจ้งเตือนให้กับผู้ติดตามเมื่อมีการเคลื่อนที่เร็วกว่าที่กำหนดหรือเคลื่อนที่ออกนอกพื้นที่หรือเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด นอกจากนั้นยังสามารถนำไปใช้ในการป้องกันการโจรกรรมและติดตามทรัพย์สินคืน ดูรายละเอียด ระบบติดตาม
  • การนำข้อมูล GPS มาประกอบกับภาพถ่ายเพื่อการท่องเที่ยว การทำรายงานกิจกรรม เป็นต้น โดยจะต้องมีเครื่องรับสัญญาณ ดาวเทียมติดตั้งอยู่กับกล้องบางรุ่น หรือการใช้ GPS Data Logger ร่วมกับ Software

โปรแกรม GPS

โปรแกรม GPS คือส่วนประกอบหลักที่สำคัญของระบบ GPS TRACKING โปรแกรมทั่วไปจะมีการใช้งาน คล้ายๆกัน คือ การดูตำแหน่งรถยนต์ โปรแกรมของบางบริษัทมีฟังก์ชั่นที่หลากหลาย และเป็นประโยชน์ต่อ การวิเคราะห์ระบบการติดตามรถยนต์ โปรแกรมจะมีความยากง่ายการใช้งานที่แตกต่างกัน

บางโปรแกรมต้องมีคู่มืออธิบายการใช้งานมากกว่า 500 หน้า เรียกว่าต้องเข้าคอร์สอบรมกันเลยทีเดียว โปรแกรมที่ดีต้องมีการใช้งานง่าย ชึ่งผู้พัฒนาโปรแกรมต้องมีประสบการณ์การออกแบบโปรแกรมมากพอ ที่จะทำให้โปรแกรมมีฟังก์ชั่นครบถ้วน และใช้งานง่าย โปรแกรมที่ใช้งานง่ายสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวผู้ใช้เอง ภายในเวลา 30 นาทีโดยไม่ต้องมีคู่มือ

ระบบนำทางด้วย GPS ทำงานอย่างไร

ก่อนอื่นผู้ใช้จะต้องมีเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมหรือมีอุปกรณ์นำทาง เมื่อผู้ใช้นำเครื่องไปใช้งานมีการเปิดรับสัญญาณ GPS แล้วตัวโปรแกรมจะแสดงตำแหน่งปัจจุบันบนแผนที่ แผนที่สำหรับนำทางจะเป็นแผนที่พิเศษที่มีการกำหนดทิศทางการจราจร เช่น การจราจรแบบชิดซ้ายหรือชิดขวา

ข้อมูลการเดินรถทางเดียว จุดสำคัญต่างๆ ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ต่างๆ ฝังไว้ในข้อมูลแผนที่ที่ได้ ทำการสำรวจและตั้งค่าไว้แล้ว ในแต่ละทางแยกก็จะมีการกำหนดค่าเอาไว้ด้วยเช่นกันเพื่อให้ตัวโปรแกรมทำการเลือกการเชื่อมต่อของ เส้นทางจนถึงจุดหมายที่ได้เลือกไว้

เสียงนำทางก็จะทำงานสอดคล้องกับการเลือกเส้นทาง เช่นถ้าโปรแกรมเลือกเส้นทางที่จะต้องไปทางขวาก็จะกำหนดให้มีการแสดงเสียง เตือนให้เลี้ยวขวา โดยแต่ละโปรแกรมก็จะมีการกำหนดเตือนไว้ล่วงหน้าว่าจะเตือนก่อนจุดเลี้ยวเท่าใด ส่วนการแสดงทิศทางก็จะมีการบอก

ไว้ล่วงหน้าเช่นกันแล้วแต่ว่าจะกำหนดไว้ล่วงหน้ากี่จุด บางโปรแกรมก็กำหนดไว้จุดเดียว บางโปรแกรมกำหนดไว้สองจุด หรือบางโปรแกรม ก็สามารถเลือกการแสดงได้ตามความต้องการของผู้ใช้

การคำนวณเส้นทางนี้จะถูกคำนวณให้เสร็จตั่งแต่แรก และตัวโปรแกรมจะแสดงผลทั้งภาพและเสียงตามตำแหน่งจริงที่อยู่ ณ.จุดนั้นๆ หากมี การเดินทางออกนอกเส้นทางที่ได้กำหนดไว้

เครื่องจะทำการเตือนให้ผู้ใช้ทราบและจะคำนวณให้พยายามกลับสู่เส้นทางที่ได้วางแผนไว้ก่อน หากการออกนอกเส้นทางนั้นอยู่เกินกว่าค่าที่กำหนดไว้ก็จะมีการคำนวณเส้นทางให้ใหม่เองอัตโนมัติ

เมื่อเครื่องคำนวณเส้นทางให้ผู้ใช้สามารถดูเส้นทางสรุปได้ล่วงหน้า หรือแสดงการจำลองเส้นทางก็ได้ โปรแกรมนำทางบางโปรแกรมมีความ สามารถกำหนดจุดแวะได้หลายจุดทำให้ผู้ใช้สามารถกำหนดให้การนำทางสอดคล้องกับการเดินทางมากที่สุด หรืออาจใช้ในการหลอกเครื่อง

เพื่อให้นำทางไปยังเส้นทางที่ต้องการแทนที่เส้นทางที่เครื่องคำนวณได้ บางโปรแกรมก็มีทางเลือกให้หลีกเลี่ยงแบบต่างๆเช่น เลี่ยงทางผ่านเมือง เลี่ยงทางด่วน เลี่ยงทางกลับรถ เป็นต้น

GPS แม่นยำแค่ไหน

ทุกวันนี้ตัวรับสัญญาณ GPS แม่นยำสูงมาก เพราะการออกแบบแบบหลายช่องทางขนาน ตัวรับสัญญาณของเราล็อกเข้ากับดาวเทียมหลายดวงได้ทันทีที่เปิดใช้ครั้งแรก

อุปกรณ์เหล่านั้นจะยังคงล็อกแบบติดตามแม้แต่ในป่าทึบหรือในเมืองใหญ่ที่มีตึกสูงมากมาย ปัจจัยทางบรรยากาศบางอย่างและแหล่งที่มาของความผิดพลาดอื่น ๆ อาจส่งผลต่อความแม่นยำของตัวรับสัญญาณ GPS ได้ ตัวรับสัญญาณ GPS ของ Garmin โดยปกติแล้วจะแม่นยำถึงในระยะ 10 เมตร ความแม่นยำจะดีขึ้นอีกเมื่ออยู่บนผืนน้ำ.

ความแม่นยำของตัวรับสัญญาณ GPS ของ Garmin ส่วนหนึ่งถูกปรับปรุงด้วยระบบการเสริมพื้นที่กว้างหรือ WAAS ความสามารถนี้สามารถพัฒนาความแม่นยำให้ดียิ่งกว่าระยะ 3 เมตร

โดยการแก้ไขบรรยากาศ ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เพิ่มเติมหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ในการใช้งานดาวเทียม WAAS และผู้ใช้งานยังสามารถเพิ่มความแม่นยำได้ด้วย Differential GPS (DGPS) ซึ่งจะแก้ไขระยะ GPS ให้ถูกต้องในระยะเฉลี่ย 1 ถึง 3 เมตร กองกำลังรักษาชายฝั่งสหรัฐฯปฏิบัติงานบริการการแก้ไข DGPS ที่พื้นฐานที่สุด

ซึ่งประกอบไปด้วยเครือข่ายของหอบังคับการต่าง ๆ ที่รับสัญญาณ GPS และถ่ายทอดสัญญาณที่ถูกต้องด้วย Beacon ส่งสัญญาณ ในการที่จะรับสัญญาณที่ผ่านการแก้ไขแล้ว ผู้ใช้งานต้องมีตัวรับสัญญาณ Differential Beacon และเสาอากาศ Beacon เพิ่มเติมจาก GPS ที่มีอยู่

สนใจ เเอดไลน์ LINE : @GeniusGPS

กลับหน้าหลัก

8

gps ติดตาม

gps ติดตาม มีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

gps ติดตาม

gps ติดตาม นับตั้งแต่แรกเริ่มแนวคิดของ GPS ในปี 1953 จากการที่นักวิทยาศาสตร์สหรัฐอเมริกาติดตามการส่งดาวเทียมสปุตนิกของสหภาพโซเวียต จนพบปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ของคลื่นวิทยุที่ส่งมาจากดาวเทียมนั้น ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดจนในปี 1960 ได้เกิด เครื่องGPS ขึ้นครั้งแรกของโลกโดยใช้เฉพาะในกองทัพสหรัฐ

กระทั่งปี 1983 ได้เกิดโศกนาฏกรรมทางการบินเมื่อ เที่ยวบิน 007 ของสายการบิน Korean Airline ได้บินออกนอกเส้นทางการบินเข้าสู่น่านฟ้าของสหภาพโซเวียต จนทำให้ถูกเครื่องบินสกัดกั้นอากาศยานของทางโซเวียตยิงตก ส่งผลให้ผู้โดยสารทั้ง 269 คน เสียชีวิตทั้งหมด หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คณะรัฐบาลของนาย Ronald Reagan ได้ประกาศให้ประชาชนทั่วโลกสามารถเข้าถึงระบบ GNSS ของกองทัพสหรัฐ หรือที่ในปัจจุบันเรียกว่า GPS ทำให้ระบบGPSนั้นเป็นที่รู้จัก และถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง จนเครื่องGPSกลายเป็นสิ่งที่หลายๆคนขาดไม่ได้ไปแล้วหากต้องเดินทางไกล

ส่วนประกอบเครื่องGPSในยุคปัจจุบัน

เครื่องGPSในปัจจุบันถูกพัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้นมีฟังก์ชั่นการใช้งานมากมายไม่ว่ากล้องหน้ารถ จอสัมผัส ระบบแนะนำสถานที่ แต่โดยหลักๆแล้วเครื่องGPSจะมีส่วนประกอบหลักๆที่เหมือนกันคือ

  • ตัวเครื่อง (Body)
    คือตัวเครื่องGPSซึ่งมีลักษณะการออกแบบและวัสดุแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัท
  • ส่วนให้พลังงาน (Power Supply)
    เนื่องจากเครื่องGPSจำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อหล่อเลี้ยงระบบทั้งการประมวณผลและการรับส่งสัญาณ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างไม่ติดขัด แบตเตอรี่จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก
  • ส่วนเสาอากาศ (Antenna)
    ทำหน้าที่คอยรับสัญญาณดาวเทียม
  • ส่วนประมวลผล(Chipset)
    เป็นส่วนประมวลผลคอยคำนวณข้อมูลที่รับจากดาวเทียมและแสดงผลออกมาให้เราได้เห็น

เราสามารถแบ่งเครื่องGPSออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ตามจุดประสงค์ในการใช้งาน คือ GPS Navigator (อุปกรณ์และระบบนำทาง) และ GPS Tracking System (อุปกรณ์และระบบติดตามรถ ยาพาหะนะหรือสัตว์เลี้ยง) ซึ่งจะมีการทำงานที่แตกต่างกัน คือ

GPS Navigator หรือ อุปกรณ์และระบบนำทาง

เป็นอุปกรณ์สำหรับบอกตำแหน่งที่เราต้องการเดินทางไป พร้อมแนะนำเส้นที่เหมาะสม ส่วนมากแล้วจะใช้งานเพื่อเดินทางไปในที่ที่ไม่คุ้นเคยซึ่งเจ้าของรถไม่เคยไปหรือไปไม่บ่อย ช่วยป้องกันการหลงทางและเสียเวลาได้เป็นอย่างดี

เครื่องGPSประเภทนี้จะแสดงตำแหน่งและเส้นทางบนแผนที่ที่ใช้ในการเดินทาง โดยตำแหน่งพิกัดของตัวรถใน GPS จะเคลื่อนที่ตามการเคลื่อนที่จริงของรถ พร้อมการส่งเสียงแจ้งเตือนการเปลี่ยนทิศทาง เช่น เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือ กลับรถ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องหันมองหน้าจอตลอดเวลาจนอาจเกิดอุบัติเหตุได้

นอกจากระบบการนำทางไปสถานที่ที่ต้องการแล้ว ปัจจุบันบริษัทต่างๆได้เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกลงไปในเครื่องGPSอีกหลายอย่างเช่น สามารถเป็นกล้องติดหน้ารถได้ มีระบบแนะนำสถานที่สำคัญอย่างธนาคาร ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น

GPS TRACKING SYSTEM (อุปกรณ์และระบบติดตามรถหรือยานพาหนะ)

เป็นอุปกรณ์ติดตามรถโดยจะเก็บตำแหน่งเส้นทางการเดินรถตลอดเวลา เพื่อนำมาใช้ติดตามรถในกรณีถูกโจรกรรมหรือนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการยานพาหนะในเชิงพาณิชย์ โดยใช้เพื่อบริหารจัดการการขนส่งในกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้า ธุรกิจบริการ ธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร และรถสาธารณะต่างๆ

GPS Tracking นั้นมักจะใช้คู่กับ software วิเคราะห์หาวิธีที่คุ้มค่าที่สุดในการใช้รถ และป้องกันการขนส่งทุกขั้นตอน โดยเครื่องGPSจะส่งข้อมูลผ่านทางคอมพิวเตอร์ตลอด24ชั่วโมง ซึ่ง GPS Tracking นั้นมีสามารถแบ่งได้เป็น 3 แบบตามการใช้งาน คือ จีพีเอส ติดตามรถ แบบ Offline, แบบกึ่ง Offline และแบบ Online

  1. อุปกรณ์ติดตามรถแบบ Offline
    เป็นแบบเก็บตำแหน่งข้อมูล พิกัดการเดินทางต่างๆเอาไว้ในตัวเครื่องGPSเมื่อต้องใช้ข้อมูลจำเป็นต้องต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อโอนถ่ายข้อมูลออกมาดู ซึ่ง GPS Trackingc แบบ Offline นี้จะมีราคาถูกที่สุด แต่จะไม่สามารถตรวจสอบตำแหน่งรถในปัจจุบันได้
  2. อุปกรณ์ติดตามรถแบบกึ่ง Offline
    เครื่องGPSแบบนี้จะมีช่องสำหรับใส่ Simcard และสามารถได้ส่งข้อมูลพิกัดกลับไปให้ผู้ใช้ได้เมื่อมีการส่งเรียกตำแหน่งจากตัวเครื่อง ช่วยให้สามารถติดตามรถได้เป็นระยะ
  3. อุปกรณ์ติดตามรถแบบ Online
    เครื่องจะรับข้อมูลพิกัดจากดาวเทียม และส่งไปเก็บที่เครื่อง Server โดยใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูล ตำแหน่งปัจจุบัน ประวัติการเดินทาง ได้ตลอดเวลาผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือนอกจากนี้ในผู้ให้บริการบางรายยังสามารถส่งคำสั่งกลับไปที่เครื่องGPSเพื่อควบคุมระบบต่างๆของรถได้ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำมัน ได้ แต่ GPS Tracking แบบนี้นั้นอาจจะต้องมีค่าบริการ Server เพื่อให้เราสามรถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลาด้วยนั่นเอง

เครื่องGPSแต่ละแบบก็มีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน และมีฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มเติมหลากหลายแบบ การเลือกซื้อเครื่องGPSจึงควรศึกษาให้ครบถ้วนก่อนการตัดสินใจซื้อเพื่อให้ได้เครื่องGPSที่เหมาะสมกับการใช้งานของเราและสามารถใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดนะ

5 อันดับเครื่องติดตามที่มีขนาดเล็กที่สุด ไม่ใช่แค่เล็กแต่แม่นยำสุดๆ

สามารถใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นติดตามบุคคล หรือติดตามทรัพย์สิน แม้แต่สัตว์เลี้ยงก็สามารถติดตามได้ ในปัจจุบันมี GPS เครื่องติดตาม หลากหลายรูปแบบ หลากหลายการใช้งาน แต่คุณจะรู้ไหมว่า ขนาดก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงก่อนจะซื้อ GPS สักตัว

5.GPS tracker K12 แบบการ์ดพกพา

เริ่มมาตัวแรกก็บอกได้เลยว่าเล็กมากๆแล้ว ด้วยขนาด กว้าง 5.3 ซม. ยาว 8.5 ซม. อาจไม่ใช่รุ่นที่เล็กที่สุด แต่มีจุดเด่นมากๆที่รุ่นอื่นไม่มี นั่นคือความบาง โดยมีความหนาเพียงแค่ 5 มิลลิเมตรเท่านั้น

จาะลึกความสามารถของ GPS tracker K12 แบบการ์ดพกพา

  • ออกแบบมาเพื่อง่ายต่อการพกพา หนาเพียง 5 มิลลิเมตร
  • ฟังชั่น SOS แจ้งเตือนถึงโทรศัพท์แบบ Real Time เมื่อกดปุ่มส่งสัญญาณ
  • ฟังชั่นการสร้างรั้วเสมือน เพื่อเตือน User เมื่อเป้าหมายออกนอกพื้นที่ที่กำหนด
  • รวบรวมเอาชิปขนาดเล็กแบบ micro-volume ที่ประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานต่ำ

4.GPS tracker fashion

มากันที่ตัวต่อมา GPS tracker fashion เป็น GPS ที่ีมีขนาดกว้างเพียง 4.5 ซม. สูง 7.7 ซม. ประมาณอุ้งมือเท่านั่น มาพร้อมกับดีไซน์ ที่ไม่เหมือนใคร ใช้งานผ่านแอพ GPSONE ที่มีหน้าตาเป็นมิตรกับผู้ใช้ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความยุ่งยากในการใช้งาน

ขนาดกำลังดีที่จะติดไว้กับรถยนต์ มีแม่เหล็กมาให้สำหรับคนที่จะนำไปติดกับอุปกรณ์ที่เป็นโลหะ
มั่นใจได้ว่าแน่นหนาไม่หลุดง่ายๆแน่นอน นอกจากนี้ยังสามารถดังฟังเสียงได้ด้วย

เจาะลึกความสามารถของ GPS tracker fashion

  • สามารถดักฟังเสียงได้
  • มีแม่เหล็กที่แข็งเกร่ง เกาะแน่น ไม่หลุดง่าย
  • Geofence การกำหนดขอบเขตการเคลื่อนที่
  • โหมดประหยัดพลังงานใช้ได้ต่อเนื่อง 60 วัน

3.GPS tracker GT-1192

ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่รอดพ้นสายตา เจ้า GPS tracker GT-1192 ใช้งานง่ายด้วยแอพพลิเคชั่นบนมือถือ หรือ การใช้งานแบบ SMS ติดตามด้วยสัญญาณมือถือและสัญญาณดาวเทียมGPS โดยมีขนาด กว้างเพียง 4.6 ซม. ยาว 6.4 ซม. เอาใส่กระเป๋าเกงกางได้สบายๆ

ขยิบมากอีกนิดด้วยความเล็กจิ๋ว และความสามารถจัดเต็มของเจ้าตัวนี้ ทำให้แทบจะหาซื้อได้ยากแล้ว เพราะเป็นที่นิยมมากๆ
ด้วยราคาที่ไม่แพงจนเกินไป แต่มีฟังก์ชั่นดักฟังเสียง พร้อมโหมด SLEEP ช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้น

เจาะลึกความสามารถของ GPS tracker GT-1192

  • 3 in 1 ดูได้ทั้งโหมด real time (online) sms และ ดักฟัง
  • ใช้งานติดต่อกันได้ โหมดติดตามตัว  3-5 วัน (ต้องใช้ sleep mode)
  • รับสัญญาณได้ดี มีความแม่นยำ  มี sleep mode แบตเตอร์รี่อยู่ได้นานกว่ารุ่นอื่น

2.GPS tracker MK6 วงกลมจิ๋ว

จิ๋วแต่แจ๋วจริงๆ สำหรับเครื่องติดตาม GPS tracker MK6 วงกลมจิ๋ว มาพร้อมดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 ซม. หนาเพียง 1.8 ซม .เท่านั้น เห็นเล็กๆแบบนี้ใช้งานได้สูงถึง 14 วัน เชียวล่ะ  ที่สำคัญมีค่าความคลาดเคลื่อนที่ต่ำมากแค่ 5 เมตร เท่านั้น

เจาะลึกความสามารถของ GPS tracker MK6 วงกลมจิ๋ว

  • ความคลาดเคลื่อนต่ำเพียง 5 เมตร
  • ไม่ว่าจะอยู่ในที่ใดก็ตามตัวอุปกรณ์จะแสดงค่าของตำแหน่งเสมอ
  • ในระหว่างการใช้งานตัวอุปกรณ์จะไม่ปล่อยแสงหรือเสียงใดๆทั้งสิ้น
  • มีฟังชั่นตัดสัญญาณรบกวนจากภายนอก เพื่อการรับส่งสัญญาณที่ดีกว่า

1.เครื่องติดตามตัว + ดักฟัง(จิ๋ว) GPS tracker N11

มากันที่อันดับ 1 สมคำล่ำลือ ด้วยขนาด กว้าง 4 ซม. ยาว 2 ซม. หนาเพียง 1.5 ซม. เล็กสุดไม่พอ ต้องฟังก์ชั่นครบด้วยโหมดดักฟังในตัว มีฐานรับสัญญาณพิกัดดาวเทียมถึง 6 ฐาน คลอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก ถือว่าเป็น GPS และเครื่องดักฟังที่ดีที่สุดในเวลานี้

โดยมีขนาดที่เล็กกว่าไฟแช็คถึงครึ่งนึงเลยทีเดียว

เจาะลึกความสามารถของ เครื่องติดตามตัว + ดักฟัง(จิ๋ว) GPS tracker N11

  • ขนาดเล็กกระทัดรัดพกพาสะดวก
  • เครื่องดักฟังในตัว ไม่พลาดทุกการสื่อสาร
  • คลอบคลุมพื้นที่ทั่วโลกใช้งานง่าย

สนใจ เเอดไลน์ LINE : @GeniusGPS

กลับหน้าหลัก